posted on 14 Feb 2008 06:04 by inongmai in copy
ข้อความเด็ดๆ โดนๆ
อย่าตั้งความหวังกับความฝัน แต่จงสร้างความฝันจากความจริง
ถ้าอยากรู้จักตัวเองก็ต้องหัดอยู่กับตัวเอง
ไม่รู้จักความกล้าถ้าไม่เดินออกมาจากความกลัว
ความสมบูรณ์แบบคือความไม่สมบูรณ์แบบ
ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มจากตัวคุณทั้งสิ้น
จงอย่าเชื่อในสิ่งที่คุณคิด ในเมื่อคุณเองก็ไม่ได้เชื่อในสิ่งที่คนอื่นพูด
อย่ามัวรอความสำเร็จ แต่จงสร้างสรรค์ความสำเร็จ
อย่าเผชิญปัญหาเพียงลำพัง
พยายาม พยายาม และพยายามอีกครั้ง
จงชื่นชมในความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
จงเรียนรู้จากความผิดพลาด แต่อย่าทำซ้ำอีก
อดีตคือเหตุผมไม่ใช่ข้ออ้างและข้อแก้ตัว
จะเข้มแข็งได้อย่างไร...ถ้าไม่เคยอ่อนแอ
ให้อนาคตเป็นความฝันให้ปัจจุบันเป็นความจริง
วิธีตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ที่ดีที่สุด...คือการดูแลตัวเองให้ดีที่สุด
"แพ้"..ก็แค่ยังไม่ชนะ
posted on 14 Feb 2008 04:54 by inongmai in book
วันนี้มีหนังสือที่น่าสนใจมาให้ดูกัน
เล่มแรกนั้น มีชื่อว่า ฟุด ออฟฟิศ For Fine
โดยใจความหลักๆของหนังสือเล่มนี้ก็คือ เป็นการบรรยายเกี่ยวกับการทำงานในออฟฟิศตั้งแต่เริ่ม ลักษณะจะเป็นเหมือนการเล่าจากประสบการณ์ของคนแต่งหนังสือ มีในหลายๆแง่มุม โดยบทแรกจะเป็นการเล่าตั้งแต่การทำงานเพื่อให้ผ่านโปร การที่ตัวเองเป็นคนแปลกหน้าสำหรับคนอื่น การพูดถึงหัวหน้าเพื่อนร่วมงานในตำแหน่งต่างๆนานา การส่งงานเพื่อที่จะออกวางตลาด และเรื่องอื่นๆอีกมากมายโดยคนที่เล่าผ่านหนังสือเล่มนี้เป็นคนที่ทำงานในหนังสือ a-day ซึ่งเพื่อนๆบางคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง คนแต่งคือ ออนอุมาร์
ส่วนหนังสือเล่มที่ 2 นั้นมชื่อว่า ใช้ชีวิตชนิดรสกาแฟ
โดยใจความหลักของหนังสือเล่มนี้ก็คือการที่จะทำยังไงให้ชีวิตมีความสุขโดยที่ใช้การเปรียบเทียบกับกาแฟ เช่น การที่ทำอะไรมากเกินไปก็ไม่เป็นสิ่งดีก็เทียบได้กับว่าการที่ใช้น้ำที่ต้มกาแฟร้อนเกินไปหรือการที่ใส่น้ำมากเกินไปในกาแฟก็จะทำให้ไม่ได้รสชาติกาแฟที่ดี ก็คือสอนให้เห็นถึงความพอดี นี้อาจจะเป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆน้อยที่ยกขึ้นมา แต่แท้ที่จริงแล้วหนังสือเล่มนี้ยังมีอะไรให้ค้นหาเพื่อที่จะได้เอาแนวคิดหรือข้อคิดของหนังสือเล่มนี้มาพัฒนาตัวเองในการดำรงชีวิต โดยมีประโยคจากหนังสือเล่มนี้ที่ผมชอบมาก็คือ ความสมบูรณ์แบบคือความไม่สมบูรณ์แบบ หรืออาจจะเป็น ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มจากตัวคุณทั้งสิ้น ที่อ่านเล่มนี้ส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ชอบกาแฟมากๆ เลยซื้อมาอ่าน หนังสือเล่มนี้ แปลโดยนาริตะ
มาถึงเล่มที่3ที่ได้อ่าน มีชื่อว่า ทำชีวิตให้ธรรมดา
โดยเล่มนี้สอนการใช้ชีวิตแบบเล่มบน แต่จะมีการนำเสนอคนละแบบ โดยจะเป็นการยกกรณีในลักษณะต่างๆออกมาพูดเช่น วิธีตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ที่ดีที่สุด...คือการดูแลตัวเองให้ดีที่สุด , โดนหักอกแค้นใจจะทำไงดี ,เราทำอะไรอยู่ ,คุณครูของชีวิต และอื่นๆอีกมากมายที่ได้สอนผม ในหนังสือเล่มนี้ซึ่งบางมุมอาจจะไม่ตรงกับตัวเราแต่อ่านเพื่อเสริมปัญญาก็ยังดี โดยในหนังสือเล่มนี้ก็มีหัวข้อและก็เป็นประโยคเด็ดที่น่าสนใจมาก ๆ อย่าตั้งความหวังกับความฝัน แต่จงสร้างความฝันจากความจริง หรืออาจจะเป็น ถ้าอยากรู้จักตัวเองก็ต้องหัดอยู่กับตัวเอง และไม่รู้จักความกล้าถ้าไม่เดินออกมาจากความกลัว ซึ่งโดยเฉพาะประโยคสุดท้ายนั้นเป็นประโยคที่โดนมากมาย รวมบทความและคำดีๆ ของว.แหวน
สุดท้ายนี้ หนังสือทั้ง3เล่มนี้อาจจะช่วยให้เพื่อนคลายเคลียดหรือจะใช้ช่วยในการเพิ่มมุมมองด้านต่างๆได้มากขึ้นนะครับ
posted on 12 Feb 2008 10:26 by inongmai in diary
ผมเป็นคนนึงที่อาจจะเพิ่งเข้าใจกับความหมายนี้ "ก้าวสุดท้ายของสิ่งเก่ามาพร้อมกับก้าวแรกของสิ่งใหม่" บางที่ก็อาจจะงงว่าเพราะอะไร แต่จะลองเปรียบเที่ยบง่ายก็อย่างเช่น เมื่อท่านจบ ม ปลาย แล้วจะขึ้น มหาวิทยาลัย หรือ ออกไปทำมาหากินเลย ก็เหมือนการไปเริ่มต้นการใช้ชีวิตแบบใหม่ๆซึ่งต่างไปจากเดิม ไม่ว่าจะเปลี่ยนสถานะจากนักเรียนไปเป็นนักศึกษา รวมทั้งการใช้ชีวิต หรือทัศนะคติของคนรอบข้าง+กับของตัวเองที่อาจจะต่างไปจาก ม ปลาย แต่ในความเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเราทุกคนก็ยังคงเป็นเหมือนเด็กในสายตา พ่อแม่ของเราเสมอ แต่การเปลี่ยนแปลงในสิ่งนั้นอาจจะดูไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ แต่ถ้าลองคิดว่าการจบจากมหาวิทยาลัย แล้วออกไป เกี่ยวประสบการณ์ชีวิตอย่างคนที่ต้องทำงานหารายได้เลี้ยงตัวเองแล้วละก็ มันเทียบไม่ได้เลยกับการที่เราเปลี่ยนจากนักเรียนมาเป็นนักศึกษา หรือถ้าให้เปรียบเทียบการเปลี่ยน จากนักเรียนไปเป็นนักศึกษานั้น อาจจะเป็นคล้ายกับการฝึกงานเกี่ยวกับการดูแลชีวิตตัวเองละมั่ง แต่ก็อย่างที่ว่าชีวิตเรานี้ไม่เคยหยุดเดิน ไม่มีอะไรที่เป็นที่สิ้นสุด จนกว่าคุณจะตายไป เพราะถ้าเมื่อคุณหยุดเดินหลือที่จะก้าวหน้าต่อไปคุณก็เหมือนกับว่าคุณได้ตายแบบทั้งที่เป็นอยู๋แล้ว สิ่งที่ผมได้บรรยายลงไปมันก็เป็นแค่บทความบทความนึงแต่ ผมก็ยังต้องก้าวต่อไปเพื่อไปให้ถึงจุดที่เราฝันไว้แต่ฝันอาจจะไม่ได้อย่างที่ฝันก็เป็นได้เพราะเราไม่ใช้เทวดา
ท้ายที่สุดนี้ อยากจะบอกว่าการที่เรามองโลกในแง่ดีนั้นจะช่วยให้เราก้าวต่อไปได้อย่างมีความสุข
-วันนี้มาดูAD ที่ได้รับรางวัลจาก Clio 2008 กัน
โดย AD ล๊อคจักรยานClima Bicycle Lock เป็นAD จาก Agency บ้านเราด้วย บริษัท Leo Burnett Bangkok
AD Campaign อีกตัวนึงเป็นของ AXE เป็นของ
Lowe Bull, Johannesburg